
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานเปิดตัวการใช้ตราสัญลักษณ์ 100 ปี กระทรวงพาณิชย์ และได้ใช้โอกาสนี้เล่าเรื่องกว่าจะถึง 100 ปี กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เรื่องการค้า การขายในอดีต วิวัฒนาการจนมาเป็นกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เริ่มเล่าว่า ปีนี้ 2563 เรากำลังจะฉลอง 100 ปี ในวันที่ 20 ส.ค.2563 หน่วยราชการมีอายุครบ 100 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความสำคัญ มีภารกิจที่มั่นคงแข็งแรงมาตลอด
ที่จริงแล้ว จำได้ว่า เรื่องการค้าขาย อยู่กับประเทศไทยมาช้านาน ใครเป็นนักประวัติศาสตร์คงจำได้ มีหลักศิลาจารึกบอกไว้ ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีการค้าขายเสรีมาตั้งแต่นั้น ใครจักใครค้าทองค้า ค้าอะไรค้า เจ้าเมืองเก็บจังกอบ และมีข้อความหนึ่ง อยู่ในศิลาจารึก มีส่วนหนึ่งพูดว่า เบื้องตีนนอนของเมืองสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน ในศิลาจารึกอธิบายว่า ทางทิศใต้ มีตลาดปสาน หรือตลาดนัด ใครอยากค้าขายก็มีความเป็นเสรีแล้ว ส่วนตลาดก็อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่สุโขทัย
จากนั้น ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้หยิบยกละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” มาเล่าเป็นตัวอย่าง โดยบอกว่า ในละคร มีตลาด ที่พระเอกนางเอกไปเที่ยวกัน แสดงว่า สังคมไทย การค้าขายอยู่คู่กันมาช้านาน เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพระนารายณ์
ย้อนหลังไป จากสุโขทัยมาอยุธยา ตอนเรียน อยุธยาต้องจำประวัติศาสตร์ พอโตมาก็รู้ว่ามีคุณค่า ต้นอยุธยา สมัยพระเจ้าอู่ทอง พวกเราเรียนประวัติศาสตร์กันมา ไม่เคยไม่ได้ยินคำว่า จดุสดมภ์ เวียง วัง คลัง นา พระมหากษัตริย์ ตั้งระบบจดุสดมภ์ขึ้นมาดูแล ที่เกี่ยวกับการค้าขายหน่อย ก็กรมคลัง แม้จะไม่มีคำว่าการพาณิชย์โดยตรง แต่ก็เกี่ยวกับการค้าขาย
ต่อมาไล่มาสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ของกรุงศรีอยุธยา พระองค์เห็นว่า เวียง วัง คลัง นา ไม่ชัดเจน เลยแบ่งการทหารจากพลเรือนออกจากกัน ตั้งกรมกลาโหม เป็นส่วนของทหาร ส่วนพลเรือน ตั้งกรมมหาดไทย และจับจตุสดมภ์ เข้ามาอยู่ในกรมมหาดไทย แล้วเปลี่ยนชื่อจดุสดมภ์หมด กรมคลังเปลี่ยนชื่อเป็น กรมโกษาธิบดี ดูแลท้องพระคลัง มีพระยาโกษาธิบดีดูแลกรมนี้ หรือที่เราเรียกว่าโกษาเหล็ก มีน้องโกษาปาน ดูแลต่างประเทศ เห็นว่าพระยาโกษาธิบดีมีบทบาทมาก จนต้องเอาเป็นตัวเอกในบุพเพสันนิวาส แต่ประวัติศาสตร์แท้จริงเป็นยังไง ยังไม่ชัดเจน สุดท้ายมีบทสรุปไม่ค่อยดีนัก เหตุการณ์จริงเป็นยังไงไม่รู้ แต่เหตุการณ์ในละคร เป็นเครื่องเตือนใจได้เป็นอย่างดี
นั่นเป็นจุดแสดงให้เห็นว่าการค้าการขายอยู่คู่บ้านคู่เมืองมานาน พูดถึงสุโขทัย อยุธยา ผ่านมาเป็น 400-500 ปี แต่พาณิชย์ 100 ปี เป็นประวัติศาสตร์หน้า 2 ต้องมาถึงรัตนโกสินทร์ โดยยังยึดถือระบบการปกครอง เวียง วัง คลัง นา แบบนี้มาถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ส่งข้าราชการ ลูกหลาน ไปเรียนต่างประเทศ มองเห็นว่า เวียง วัง คลัง นา ไม่น่าเพียงพอ งานในไทยมีเยอะ เริ่มมีแนวคิด แต่แนวคิดเกิดผลเป็นรูปธรรมในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นครั้งแรกเกิดคำว่าพาณิชย์ครั้งแรกในชื่อของหน่วยงานราชการ
ปี 2435 เกิดคำว่ากระทรวงเกษตรพาณิชยการ เป็นครั้งแรกจริงๆ แต่ยังไม่ใช่พาณิชย์จริงๆ มีงานเกษตร พาณิชย์มารวมกัน หลังจากนั้นมา กระทรวงเกษตรพาณิชยการ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มีครั้งหนึ่งตัดงานพาณิชย์ออกจากเกษตร แต่แยกกันไม่ได้ เราพูดกัน เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย แยกกันไม่ได้ แต่หลังจารกนั้น เอางานพาณิชย์ไปอยู่คลัง ตั้งเป็นกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ วิถีพาณิชย์ไปอยู่ตรงนั้น แต่ตรงนี้ ยังไม่เห็นเด่นชัด เพราะตัดคำว่าพาณิชย์ออกไป
จากตรงนั้น มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เป็นกรมสถิติพยากรณ์ แต่ภายใต้กรมนี้ มีงานด้านการค้าการขายอยู่ภายใต้หน่วยงานนี้ เริ่มเก็บข้อมูลการค้า ยังไม่ใช่บิ๊กดาต้า แต่มีการเก็บสถิติ ต่อมายกระดับกรมสถิติพยากรณ์เป็นกรมสถิติพาณิชยกรรม
ตรงนี้ จึงเกิดกระทรวงพาณิชย์ นับเป็นจุดเริ่มต้น 100 ปี วันที่ 20 ส.ค.2463 โดยมีพระบรมราชโองการเปลี่ยนกรมสถิติพาณิชยกรรม ตั้งเป็นสภาเผยแผ่การพาณิชย์ มีนายกสภาพระองค์แรก คือ สมเด็จกรมพระจันทบุรีนฤนาท เป็นการนับหนึ่งกระทรวงพาณิชย์
ต่อมามีวิวัฒนาการ มีการปรับเปลี่ยนสภาเผยแผ่การพาณิชย์ เป็นระดับกระทรวง และกลับไปรวมตัวอีกครั้งกับกระทรวงเกษตร และช่วงหนึ่งไปรวมกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งถ้าเดินเข้ากระทรวงพาณิชย์จากแม่น้ำ จะเห็นพระรูป กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา เป็นเสนาบดีกระทรวงคมนาคมตอนนั้น เป็นช่วงที่พาณิชย์ไปรวมคมนาคม ไปย้อนประวัติดู ไม่เห็นเกี่ยวข้องพาณิชย์เลย เป็นช่วงที่พาณิชย์ไปรวม เป็นพระบิดาคมนาคม
นับจากปี 2463 ไปตรงนั้น ตรงนี้ มาจนถึงหลังเปลี่ยนแปลงปกครอง 2475 เกิดคณะราษฎร์ ตั้งรัฐบาล ก็เลยมาตั้งกระทรวงใหม่ เป็นกระทรวงเศรษฐการ ปี 2476 อยู่ยั้งยืนยงมาตลอด
สมัยผมเรียนหนังสือ มศ.1 ขึ้นรถเมล์สาย 12 เขียนข้างๆ ว่า ห้วยขวาง เศรษฐการ เราก็ไม่รู้ว่าเศรษฐการอยู่ที่ไหน ที่เคยนั่ง เพราะมีเพื่อนอยู่แถวห้วยขวาง แต่วิ่งมาถึงกระทรวงที่ท่าเตียน ชื่ออย่างนั้นมานานมาก ตั้งแต่ปี 2476 จนกระทั่ง 2515 จึงเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงพาณิชย์จนถึงปัจจุบันนี้
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เล่าต่อว่า ตนเองเริ่มต้นรับราชการในปี 2519 ไม่ทันกระทรวงเศรษฐการ แต่ทันกระทรวงพาณิชย์ มีโอกาสทำงานที่กระทรวงท่าเตียน เป็นตึกที่มีความเป็นเอกลักษณ์มาก เป็นตึกที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรม มีโครงสร้างที่เราพูดถึงกัน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ มีโอกาสขอให้ไปดู เพราะครั้งหนึ่งเป็นกระทรวงพาณิชย์ สิ่งที่เราพูดกัน คือ บันไดขึ้นกระทรวง 3 ชั้น เป็นบันไดเวียน ไม่มีเสา เกาะอยู่กับพนังด้านเดียว ไม่รู้สร้างได้ไง สร้างด้วยไม้ ขึ้นทะเบียนเป็นตึกอนุรักษ์ จำได้ว่าห้องน้ำเสีย มีปัญหา ทำระบบท่อใหม่ ทำไม่ได้นาน ต้องขออนุญาตกรมศิลปากรก่อน
ตึกนี้ ใช้มานาน จนวันหนึ่งเห็นว่าสถานที่จำกัด ตอนเช้าไปทำงาน ที่จอดรถมีปัญหา ยิ่งกว่าเก้าอี้ดนตรี แต่ผมไม่มีปัญหา นั่งรถเมล์ไป ตอนนั้นทุกกรมอยู่ที่นั้นหมด ยกเว้นกรมส่งเสริมการส่งออก อยู่รัชดาภิเษก
จริงๆ แรกสุดจะไปอยู่ในที่ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง บ้านผมอยู่ซอย 72 ยังคิดเลยว่าทำไมไม่ไปอยู่ตรงนี้ สมัยก่อนตรงนั้น เป็นสถานที่แสดงสินค้าของกรมพาณิชย์สัมพันธ์ ปัจจุบันเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้บริหารยุคนั้น คิดเรื่องย้ายจากท่าเตียนไปอยู่ที่ไหนซักที่หนึ่ง มีบางท่านบอกว่ามันไกล รามคำแหงไกล ไม่มีอะไรเลย มีแต่ทุ่งนา ไม่มีความเจริญ ก็เลยไม่ได้ไปอยู่ แต่ปัจจุบัน คือ ม.ราม เป็นที่วุ่นวายเชิงธุรกิจ การศึกษา ราคาที่ดินก็แพงมาก และแล้วในที่สุดก็มาอยู่ที่นี่ ที่สนามบินน้ำ เป็นที่ๆ ดีที่สุด ในเวลานั้น จริงๆ แล้วเป็นที่ๆ ดีที่สุดจริงๆ เราเป็นหน่วยงานราชระดับกระทรวงหน่วยเดียวที่มีที่อยู่ริมน้ำ ไม่นับพวกทหารเรือ ที่อยู่มานาน แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ริมน้ำได้เต็มที่นัก กำลังคิดอยู่ทำยังไง และบนพื้นที่ 45 ไร่ เดิมใหญ่มาก ตอนนี้เริ่มแออัด เกือบจะเล่นเก้าอี้ดนตรีเรื่องที่จอดรถ
นั่นก็คือ จากท่าเตียนสู่สนามบินน้ำ ในโอกาสที่พาณิชย์ครบรอบ 100 ปี วันที่ 20 ส.ค.2563 ในปีนี้ สิ่งที่ผมและผู้บริหารพาณิชย์ มีความเห็นตรงกัน ก็คือว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่มาครบ 100 ปี เป็นหน่วยราชการที่มีภารกิจสำคัญตลอดเวลาที่ดำรงอยู่ ปีนี้ควรจะเป็นปีที่พวกเราชาวกระทรวงพาณิชย์ ทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ใครก็ตามที่เป็นองคาพยพส่วนหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ ควรจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองความมุ่งมั่น ความเข้มแข็ง ความตั้งใจจริงในการปฏิบัติราชการมาครบ 100 ปี ในปี 2563 นี้ด้วยกัน
เป็นสิ่งที่มาที่เรามามีงานในวันนี้ เราตั้งใจว่า 100 ปี ของกระทรวงพาณิชย์ จะไม่เป็นที่รู้จักแค่คนในกระทรวงพาณิชย์ แต่ต้องเป็นที่รู้จักกับประชาชนที่ใช้บริการของกระทรวงพาณิชย์ หรือที่มีความเกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่งกับกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้แต่จะไม่มีความเกี่ยวข้องเลย ก็ควรจะรู้จักว่ากระทรวงพาณิชย์ทำอะไร และอยู่ยั่งยืนยงมาจนถึงวันนี้ครบ 100 ปียังไง
นั่นคือสิ่งที่เรามีกิจกรรมตั้งแต่ต้นปี และจะเริ่มกิจกรรมนี้ต่อๆ ไป จนสิ้นปีนี้ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง 100 ปี โดยเริ่มต้นด้วยการจัดประกวดออกแบบโลโก้ให้เป็นที่รู้จัก ให้สาธารณชนได้สนใจ ให้การมีส่วนร่วมกับการเฉลิมฉลอง 100 ปี กระทรวงพาณิชย์ โดยได้ผู้ที่ออกแบบโลโก้อย่างสวยงามให้เราแล้ว และจะใช้ในกิจกรรมเฉลิมฉลองของแต่ละกรมของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมกันในปีแห่งการเฉลิมฉลอง 100 ปีกระทรวงพาณิชย์ต่อไป